อาร์เซน่อลหนักแน่ อาร์เตต้ายกสเปอร์สมีเกมรุกโหดแถวหน้ายุโรป

อาร์เซน่อลหนักแน่ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ อาร์เซน่อล ยอม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีความโหดระดับแถวหน้ายุโรปเรื่องเกมรุก

อาร์เซน่อลหนักแน่ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมฟุตบอล อาร์เซน่อล มั่นใจว่า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คู่อริร่วมกรุงลอนดอน เป็นชมรมที่มีคุณภาพเกมรุกระดับหัวแถวของยุโรป โดย “ไอ้ปืนใหญ่” มีคิวเปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ดวลกับ “ไก่เดือยทอง” ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดหมาย “นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้” วันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค.นี้

สเปอร์ส ของที่ปรึกษา โชเซ่ มูรินโญ่ ทำแต้มรวมทุกรายการในช่วงฤดูกาลนี้ไปแล้วถึง 102 ลูก จากการลงเล่น 45 นัดหมาย ข้างหลังปัจจุบันเปิดบ้านสอย ดินาโม ซาเกร็บ 2-0 ในศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด ครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มี.ค. ก่อนหน้านี้ โดยใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป มีเพียง บาเยิร์น มิวนิค (106 ประตู) ที่ทำแต้มได้มากกว่าพวกเขา

“มันจะเป็นงานที่ยากมากมายๆส่วนตัวเราแน่ๆ เพราะเหตุว่าด้วยประสิทธิภาพ, ความเด็ดขาด, ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการเล่น รวมทั้งความพอดีของพวกเขา ซึ่งสิ่งกลุ่มนี้ทำให้พวกเขาน่าจะเป็นหนึ่งในชมรมที่เกมรุกสุดพิเศษในยุโรป พวกเขาสามารถสร้างช่องทางได้มหาศาล โดยเหตุนี้มันจะเป็นงานสุดหินส่วนตัวสำหรับเราแน่นอนแม้กระนั้นพวกเราก็จะเตรียมพร้อมเพื่อหยุดพวกเขาเช่นเดียวกัน” อาร์เตต้า กล่าว ข่าวกีฬาวันนี้

อาร์เซน่อลหนักแน่

ดังนี้ สามผสานแนวรุก “ไก่เดือยทอง” อย่าง แฮร์รี่ เคน, ซน ฮึง-ไม่น แล้วก็ แกเร็ธ เบล ทำคะแนนรวมกันในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูนี้ไปแล้วถึง 34 ลูก

ถึง ปิแอร์ เอเมอริก โอบาเมยอง จะเป็นกัปตันกลุ่มที่ได้ยกถ้วยแชมป์เอฟเอคัพ ซึ่งเป็นแชมป์ยุคที่ 14 ของกลุ่ม ‘ปืนใหญ่’ อาร์เซนอล (ในบรรยากาศวุ่นวายเพราะเหตุว่ามองมีปัญหากับถ้วยตั้งแต่หามมาอีกทั้งฐานแล้ว!) แต่ว่าอีกภาพหนึ่งที่น่าจำไม่แพ้กันจากในเกมนัดหมายชิงแชมป์เมื่อคืนนี้วันเสาร์ก่อนหน้านี้เป็นภาพของ ไม่เกล อาร์เตตา กุนซือที่สังสรรค์อย่างสุดฤทธิ์ในห้องแต่งตัว ต่างกันมากไหม

และไม่ไม่ถูกที่ผู้คนจำนวนมากจะเข้าดวงใจได้ว่าความเสร็จของอาร์เซนอลคราวนี้มาจากความสามารถของที่ปรึกษามือใหม่ฝึกหัดขับชาวประเทศสเปนคนนี้แทบทั้งสิ้น

อาร์เซน่อลหนักแน่

ที่จะต้องบอกแบบนี้ เนื่องจากว่าแม้ย้อนกลับไปในช่วงปลายปีที่ผ่านมามีใครซักคนพูดว่าอาร์เซนอลจะกลับมาเป็นกลุ่มที่ดีแล้วก็ได้ยกถ้วยแชมป์สักใบในตอนตอนปลายของฤดูบางครั้งอาจจะถูกดูด้วยสายตาว่าไม่บ้าก็เมา

เพราะเหตุว่าภาวะของกันเนอร์สในยามนั้นยิ่งนักร้ายแรง กลุ่มมีปัญหาเกือบทุกจุด กระทั่งกัปตันกลุ่มอย่าง กรานิต ชากา ก็แตกสามัคคีกับแฟนบอลอย่างร้ายแรงประเภทที่ดูแล้วเกือบจะไม่มีช่องทางที่ตัวรุกชาวประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะได้ใส่เสื้อของอาร์เซนอลอีกที

แม้กระนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็แปรไปภายหลังที่อาร์เตตาตอบตกลงที่จะเข้ามารับหน้าที่ต่อจาก อูไน เอเมรี ผู้จัดการทีมฟุตบอลคนเก่าที่ทิ้งขยะรวมทั้งซากมากมายก่ายกองให้ปัดกวาดเช็ดถู

สิ่งที่อาร์เตตาสัมผัสได้ตั้งแต่ทีแรกเป็นเรื่องบรรยากาศของกลุ่มที่เป็นพิษ ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางการติดต่อสื่อสารของเอเมรีทำให้กลุ่มเต็มไปด้วยความข้องใจ ไม่ใช่แค่ความข้องใจต่อความรู้ความเข้าใจของกุนซือ แต่ว่ายังรวมทั้งความข้องใจในตัวเพื่อนพ้องร่วมกลุ่ม

หัวข้อนี้เป็นสิ่งจำเป็นลำดับที่หนึ่งที่อาร์เตตาเพียรพยายามที่จะเข้ามาจัดแจง โดยตามคำกล่าวของ กรานิต ชากา สมัยก่อนกัปตันกลุ่มที่นอกเหนือจากการที่จะผิดเขี่ยทิ้งออกมาจากกลุ่มด้วยแล้วยังสามารถกลับมาเป็นตัวหลักได้อย่างน่าภูมิใจ สิ่งนายใหญ่คนใหม่ทำเป็นปรับจูนภาวะจิตใจใหม่ แล้วก็ทำให้ทุกคนทราบดีว่าหน้าที่ของตนเป็นยังไง

“ตั้งแต่ที่มิเกลได้เข้ามาสมาพันธ์ของพวกเราก็มีการเปลี่ยนมากไม่น้อยเลยทีเดียว เขาแปลงในเรื่องของจิตใจ แนวทางคิด กลุ่มสปิริต ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในกรุ๊ปผู้เล่น แม้กระนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงทุกฝ่าย ทุกคนทราบว่าหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างไร พวกเรามีเกมแพลุกลนที่เด่นชัด”

การที่มีแผนการงานอย่างแจ่มแจ้งช่วยทำให้ผู้เล่นมองดูภาพออกว่าพวกเขากำลังจะจำต้องพบเจอกับอะไร ในเหตุการณ์แบบไหน แล้วก็มีแนวทางสำหรับเพื่อการต่อกรอย่างไรบ้าง โดยที่ในแต่ละคนจะได้รับเนื้อหาสำหรับในการเล่นของตนเองที่กระจ่างแจ้ง

ปัญหาในหลายชมรมเป็นการที่บางโอกาสคนไม่รู้จักหน้าที่ของตนเอง (แม้กระนั้นดันทราบหน้าที่ของคนอื่นๆ!) ซึ่งทำให้ดำเนินงานได้ไม่เต็มความสามารถรวมทั้งได้ประสิทธิผลอย่างที่จะต้องเป็น ซึ่งอาร์เตตาปรับแก้ที่ตรงนี้ก่อนเป็นสิ่งแรก

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างแจ้ง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาเป็นผลงานที่ดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะมิได้ดีแบบรวดเร็วรับโชค แต่ว่าการที่ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเบาๆดียิ่งขึ้นอย่างช้าๆทำให้ทุกคนเริ่มมั่นอกมั่นใจ และก็สิ่งจำเป็นเป็นการที่ทุกคนเป็นสุขอีกรอบ

ความเป็นจริงแล้วอาร์เซนอลไม่ใช่กลุ่มที่มีขุมกำลังขี้เหร่อะไรเยอะแยะ พวกเขามีแนวรุกที่ชูหน้าชูตาได้ไม่แพ้ใครกันแน่อย่างโอบาเมยอง, อเล็กซองเดร ลากาเซตต์ รวมทั้ง นิโกลาส์ เปเป ในช่วงเวลาที่จุดอื่นถึงแม้บางทีก็อาจจะด้อยกว่าคู่แข่งขันบ้างแม้กระนั้นก็ไม่เลวร้ายแน่ๆ

แต่ว่าสิ่งที่คือปัญหาตลอดสองฤดูก่อนหน้านี้เป็น การที่พวกเขาไม่เคยรู้จะจัดกลุ่มยังไงให้เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมแล้วก็เต็มคุณภาพที่สุด ด้วยเหตุว่านักฟุตบอลที่มีนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นนักฟุตบอลที่ดีก็ไม่ใช่จะเล่นได้ในระบบการเล่นแบบเดิมๆ

ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้อาร์เตตา ได้เพียรพยายามที่จะปรับจูนกลุ่มมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะเจอสูตรสำเร็จใหม่ที่พอดีเป็นอย่างมากและก็ทำให้พวกเขาทำผลงานก้าวหน้ามากมายๆในช่วงปลายฤดูที่จัดแจงสอยหงส์แดง แล้วก็แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ต่อเนื่องกัน ก่อนจะเฉือนเชลซีคว้าชัยชนะเอฟเอคัพมาครอบครองได้

ในระบบนี้ ดาวิด ลุยซ์ แผงหลังจอมเฟะก็แปลงตัวเปลี่ยนเป็นจอมเข้มแข็งได้เกือบจะโดยทันที โดยมี คีแรน เทียร์นีย์ ที่ธรรมดาเล่นตัวบุกปีกซ้าย เปลี่ยนเป็นปราการหลังทางฝั่งซ้ายแทน แล้วก็ปลดปล่อยให้เกมขอบเส้นเป็นหน้าที่ของสายสปีดอย่าง บูกาโย ซากา, เอนส์ลีย์ เมตแลนด์-ไนล์ส (ซึ่งเล่นได้อย่างดียิ่งในนัดหมายชิงกับเชลซี), เซอัด โคลาซินัช รวมทั้งอีกฟากเป็นหน้าที่ของ เฮกเตอร์ เบเยริน, เซดริก ซัวเรซ

นอกนั้นในระบบนี้ยังเป็นการปล่อยตัวพระเอกของกลุ่มอย่างโอบาเมยอง ให้ได้ยืนปฏิบัติหน้าที่ทางฝั่งซ้ายซึ่งสามารถใช้ความเร็วแล้วก็แนวทางสำหรับในการสร้างปัญาให้แก่คู่แข่งขัน​โดยมี ลากาแซตต์ เป็นตัวเป้าหลอกที่ดึงตัวตามติดให้ ส่วนทางขวามือเป็นเปเป ที่บางครั้งอาจจะยังเล่นได้ไม่เต็มสมรรถนะนักแต่ว่าดีแล้ววันดีคืน

แม้กระนั้นไม่ใช่แค่ระบบการเล่นที่เปลี่ยนแปลงสไตล์ของกลุ่มก็เปลี่ยนแปลงด้วยด้วยเหมือนกัน โดยอาร์เซนอลจากที่เป็นกลุ่มย้ำเกมรุกบากบั่นต่อบอลเข้าจู่โจมแต่ว่าไม่มีความสามารถ อาร์เตตาเบาๆเปลี่ยนกลุ่มซึ่งสามารถเล่นได้มากมายต้นแบบ ทำเป็นถึงแม้ว่าจะตั้งรับรวมทั้งสวนกลับอย่างมีคุณภาพ (ซึ่งก็เป็นทีเด็ดที่ทำให้ได้ชัยเหนือกลุ่มใหญ่)

เกมเพรสซิ่งก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อาร์เซนอลทำเป็นสะดุดตา แม้ว่าจะไม่ใช่กลุ่มที่วิ่งบ้าระห่ำใส่คู่ปรับแบบ Gegenpressing ของหงส์แดง แม้กระนั้นเป็นการเพรสซิ่งที่มีคุณภาพซึ่งมีสาเหตุจากการที่ผู้เล่นรู้เรื่องในสิ่งที่อาร์เตตาต้องการที่จะให้ทำรวมทั้งมีวินัยพอที่จะก่อให้มันเห็นผล

ถือได้ว่าอาร์เตตาได้พิสูจน์ตนเองในเรื่องของ ‘มันสมอง’ ให้มีความเห็นว่ากึ๋นเป็นของจริง แล้วก็เพราะอะไรก็เลยได้รับการชื่นชมจาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ยอดเยี่ยมในผู้จัดการทีมฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกขนาดนี้

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่คาราคาซังในกลุ่มอาร์เซนอลมานานเป็นเรื่องของ เมซุต โอสิล ซึ่งเป็นเลิศในสตาร์ผู้ที่ตามที่สุดของกลุ่มแต่ว่าในตอนนับเป็นเวลาหลายปีข้างหลังเป็นตัวปัญหาที่ทำให้อาร์เซนอลติดหล่มไม่อาจจะจะก้าวเดินต่อไปไหนได้

อาร์เตตาเองมิได้ถึงกับขวางจังหวะของจอมเก๋าชาวเยอรมันเสียรู้เดียว แต่ว่าเมื่อไม่อาจจะเอาชนะหัวใจเขาได้ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวประเทศสเปนก็ทำในสิ่งที่เด็ดขาดด้วยการตัดโอสิผุดผ่องกจากกลุ่ม

โดยการตัดนั้นเป็นการทำอย่างเด็ดขาดแต่ว่านุ่มนวลในขณะเดียวกัน โดยบากบั่นบอกเหตุผลต่างๆนานา (เป็นต้นว่า เรื่องของแท็กติก) แม้กระนั้นก็เบาๆลดช่องทางสำหรับการลงสู่สนามลงจนกระทั่งไม่เหลือเลย แล้วก็ส่งผลให้เกิดการที่โอสิลไม่มีส่วนกับกลุ่มแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่ารับค่าจ้างมากที่สุดในกลุ่มถึง 350,000 ปอนด์ต่ออาทิตย์

ต่อให้ในนัดหมายชิงแชมป์ก็มิได้อยู่ในกลุ่มและไม่แสดงตัวในสนามเวมบลีย์ด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการตกลงใจที่เด็ดขาดเป็นอย่างมาก แล้วก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ว่าการที่ไม่มีโอสิลอยู่ทำให้อาร์เซนอลนั้นมองเป็นอีกครั้งมที่ดียิ่งขึ้นอย่างชัดเจน

อีกหนึ่งผู้ที่เป็นตัวสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ มัตเตโอ เกวนมองซี กองกลางดาวรุ่งชาวประเทศฝรั่งเศสที่มี ‘ชื่อเสีย’ ในเรื่องของทัศนคติรวมทั้งการปฏิบัติอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับกันเนอร์ส แล้วก็ในที่สุดไปสร้างปัญหาในเกมที่อาร์เซนอล กลับปราชัยต่อไบรท์ตันในระยะแรกของการรีสตาร์ทพรีเมียร์ลีก ด้วยการมีเรื่องมีราวกับ นีล เมาเปย์

จากเหตุนี้ทำให้อาร์เตตาเรียกเกวนมองซีเข้ามาคุยเพื่อขอคำอธิบาย แม้กระนั้นกองกลางวัย 21 ปีทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ซึ่งจากประเด็นนี้แล้วก็เรื่องอื่นๆก่อนหน้าที่ผ่านมาทำให้อาร์เตตาตกลงใจเด็ดขาดที่จะดรอคอยปจากกลุ่ม ก่อนที่จะตัดจากกลุ่มโดยเด็ดขาดหมดอนาคตในทันที โดยไม่สนใจเรื่องของฝีเท้าการเล่นของเจ้าหนูรายนี้ที่เป็นที่ยกย่องของแฟนคลับจำนวนไม่ใช่น้อย