ในมุมมองของตนเอง โด นัสสิเมนโต ยังเป็นนักฟุตบอลระดับโลกอยู่

ในมุมมองของตนเอง

ในมุมมองของตนเอง โดยปัจจัยที่ปีแรกกับทีมมันไม่รุ่งเท่าไร เป็นเพราะเหตุว่าเขาเคยติดโควิด-19

ในมุมมองของตนเอง เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอล หงส์แดง ยอดสมาคมที่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รับรองว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์คนดังของทีมยังนับว่าเป็นนักเตะระดับโลก หากว่าผลงานโดยรวมของเขาจะยังไม่เด่นถ้าเทียบกับตอนเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค ก็ตาม ไม่อายอย่างไรไหว

เตียโก ย้ายมาอยู่กับ หงแดง เมื่อตอนก.ย. ปีก่อน ด้วยค่าตอบแทน 25 ล้านปอนด์ (โดยประมาณ 1,125 ล้านบาท) ซึ่งเวลานี้ หลายคนเห็นว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มสุดๆ แต่กลายเป็นว่า ตัวรุกดีกรีกลุ่มชาติสเปน ยังไม่สามารถ ที่จะระเบิดฟอร์มเก่งได้ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเนื่องจากว่า เขาเคยติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งโดนการบาดเจ็บทำร้ายจนยังมิได้ลงเล่นมากเท่าไรนัก

คล็อปป์ เปิดเผยว่า “การเริ่มต้นของเขามันไม่สวยเท่าไหร่นักเพราะเหตุว่าเขาติดเชื้อโควิด, ได้รับบาดเจ็บตั้งแต่ทีแรกๆๆที่อยู่กับทีมซึ่งแน่ๆว่านั่นทำให้หลายชนิดมันยุ่งยากขึ้นไปอีก แม้กระนั้นเขาก็บอกให้เห็นแล้วว่าเขาจะเป็นนักฟุตบอลที่สำคัญกับพวกเราได้มากเท่าใด และก็แน่ๆว่าเขายังสามารถทำผลงานที่ดียิ่งกว่านี้ได้อีก”

“เขาอยู่กับกลุ่มมา 1 ปีแล้ว แม้กระนั้นถ้าเกิดกล่าวกันอันที่จริงแล้วนั้นมันก็ไม่ผิดหรอกถ้าเกิดจะพูดว่าเขาได้เล่นให้ทีมมาแค่ครึ่งปีหลังจากที่มันเกิดหลายต่อหลายชนิด เขาย้ายมาอยู่กับทีมใหม่ในตอนที่มีปัญหาสูงที่สุดในชีวิตของพวกเราทุกคน (คือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19) แม้กระนั้นเขาก็ยังปรับนิสัยกับกลุ่มได้ดี”

ในมุมมองของตนเอง

“ครอบครัวของเขาก็ดำเนินชีวิตอยู่ตรงนี้ เขารักเมืองนี้ เขาเปลี่ยนเป็นศูนย์กลางให้กับกลุ่มได้เร็วมากๆเขามีคุณสมบัติที่สุดยอด, มีบุคลิกที่ดี และก็แน่ๆว่าเขาเป็นันกเตะระดับโลกด้วย ทุกสิ่งมันโอเคดี!”

“ยุคที่อยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค เขารับบทบาทแบบหนึ่งในนักฟุตบอลลำดับที่ 6 หลายครั้งกว่าปัจจุบันนี้ แต่ว่ากับการเล่นให้พวกเราน่ะมันค่อนข้างจะสลับซับซ้อนหน่อยๆ

เพราะคุณจำเป็นต้องทำได้อีกทั้งเกมรุก, เกมรับ, อยู่ระหว่างแนว และก็ถอยไปอยู่ในแนวรับแนวท้ายที่สุดเพื่อรับบอลมาเล่นต่อ แต่ว่ามันก็ไม่ถึงกับว่าเขาจะต้องทำอย่างนั้นอยู่เสมอหรอกนะ”

“ยังไงก็ดีเขาก็นับว่าเป็นนักฟุตบอลที่เก่งตามธรรมชาติ มันไม่ใช่ว่าพวกเราจำต้องให้เขาทำเรื่องที่แตกต่างกันตั้ง 15 หรือ 16 อย่าง ผมมิได้ขอให้เขาวิ่งขึ้นมาจากแนวที่สำคัญแนวสุดท้ายบ่อยๆเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่บางครั้งสามารถถอยลงไปเล่นตรงส่วนที่ลึกกว่าธรรมดาได้นิดหน่อย แต่ว่าเขาจำเป็นต้องอยู่ตรงแนวที่จำเป็นต้องในฝั่งของคู่ปรปักษ์ 2 แนวด้วย”

“เขามีวิสัยทัศน์สำหรับเพื่อการเล่นที่สุดยอดรวมทั้งสามารถแปลงเหตุการณ์ได้ด้วยการส่งบอลของเขา เขาผ่านบอลในพื้นที่แคบๆได้ดีมากมายๆรวมทั้งยังสามารถตักลูกให้เข้าไปในแต่ละพื้นที่ได้ดีด้วย ในความเป็นจริงแล้วเขาทำเป็นดังที่พวกนักกอล์ฟทำกันบ่อยๆถ้าเกิดให้เทียบก็อาจจะจำต้องกล่าวว่าเขาเป็นนักเล่นกอล์ฟที่ดี เขาเป็นนักกอล์ฟสุดยอด! เขาทำแบบงั้นได้โดยที่ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาคิดมากเลย”

“ผมถูกใจกรรมวิธีเล่นของเขา สำหรับการเล่นให้กับพวกเรานั้นเขาจำเป็นต้องรับบทบาทแบบนักฟุตบอลหมายเลข 8 ที่ออกจะซับซ้อน ในกลุ่มของพวกเราน่ะมีนักเตะที่มีทักษะต่างกันไป และก็พวกเราก็ใช้แต่ละความถนัดตามสมควรเมื่อถึงเวลาที่พวกเรามีความรู้สึกว่าทักษะใดทักษะหนึ่งจะทำร้ายคู่ปรปักษ์บางรายได้มากเป็นพิเศษ” ข่าวกีฬาวันนี้

 

จะไม่ขออภัยกับการที่เคยกล่าวว่าอยากให้แฟนบอลเข้ามาเชียร์ในสนามมากยิ่งกว่านี้

โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดชมรมที่ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าตนไม่คิดที่จะขออภัยแต่อย่างใดกับการที่ก่อนหน้านี้เรียกร้องให้แฟนบอลเข้ามาดูเกมในสนามมากกว่านี้ ภายหลังมีคู่รักบอล “เรือใบสีฟ้า” บางบุคคลที่ไม่พอใจกับคำพูดของเขา

ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กรุ๊ป เอ นัดที่ แมนฯ ซิตี้ เปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม เอาชนะ แอร์เบ ไลป์ซิกข์ 6-3 เมื่อวันพุธที่ 15 ก.ย. ก่อนหน้านี้นั้น มีคนรักบอลเข้ามาดูเกมในสนาม 38,062 ราย แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วรังเหย้าของ แมนฯ ซิตี้ มีความจุสูงถึง 55,000 ที่นั่ง ซึ่งโน่นทำให้หลังจบนัดดังที่กล่าวมาแล้ว กวาร์ดิโอล่า ก็ออกมาเรียกร้องให้แฟนบอลเจ้าถิ่นเข้ามาเชียร์ทีมในสนามมากยิ่งกว่านี้

ในเวลาถัดมา เควิน พาร์คเกอร์ เลขาธิการทั่วไปของกรุ๊ปแฟนบอล แมนฯ ซิตี้ ก็ออกมาพูดว่า กวาร์ดิโอล่า ทำไม่สมควรที่กล่าวแบบนั้น เพราะปัจจุบันนี้แฟนบอลจำเป็นต้องพบกับปัญหาหลายสิ่งหลายอย่างกระทั่งทำให้บางบุคคลไม่สามารถที่จะซื้อตั๋วเข้ามาดูการแข่งขันเกมถ้วยยุโรปที่มีราคาสูงได้ ดังเช่นผลกระทบด้านการเงินด้านในครอบครัวจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ฯลฯ

โดยเขายังยกตัวอย่างเพราะในฤดูกาลนี้แฟนบอล แมนฯ ซิตี้ ก็เคยเข้ามาชมเกมลีกในสนามที่ปริมาณ 51,437 คนในเกมกับ นอริช สิตี้ แล้วก็ 52,276 รายในนัดพบ อาร์เซน่อล มาแล้ว ซึ่งโน่นถือเป็นจำนวนที่เกือบจะเต็มปริมาตรของสนาม ยิ่งไปกว่านี้ พาร์คเกอร์ ยังถึงขนาดพูดว่า กวาร์ดิโอล่า น่าจะหันไปให้ความสนใจแค่ประเด็นการทำทีมของตัวเองจะดีมากยิ่งกว่าด้วย

ในมุมมองของตนเอง

อดีตนายใหญ่ บาร์เซโลน่า และก็ บาเยิร์น มิวนิค เปิดเผยว่า “หลังจบเกมนั้น ในมุมมองของตนเอง (เกมกับ ไลป์ซิกข์) ผมกล่าวไปหรอว่าผทผิดหวังที่แฟนบอลเข้ามาดูเกมกันไม่เต็มสนาม ? โอเค การตีความมันก็ขึ้นกับแต่ละคนน่ะนะ (หมายถึงต้องการให้แฟนบอลเข้ามาดูเกมมากยิ่งกว่านี้

แม้กระนั้นไม่ต้องถึงกับขนาดเต็มสนามก็ได้) ผมไม่รู้เรื่องว่ามันเกิดอะไรกับชายคนนั้น (เป็น พาร์คเกอร์) นี่ไม่ใช่หนแรกในอาชีพการควบคุมทีมสักหน่อยที่ผมกล่าวอะไรอย่างงี้”

“ผมจะไม่ขออภัยกับสิ่งที่ผมบอกไปหรอกนะ ที่ผมบอกก็คือพวกเราอยากแรงสนับสนุนมากกว่านี้ มันไม่สำคัญหรอกว่าควรมีคนมาอยู่ในสนามมากแค่ไหน แต่ว่าผมเชื้อเชิญให้พวกเขามาบันเทิงใจกับเกมก็เพียงแค่นั้น เพราะเหตุว่าเราต้องการกำลังใจจากพวกเขา อย่างที่ผมบอกอยู่เสมอว่า

-ถ้าเกิดพวกท่านมาร่วมมือกับพวกเราแล้วล่ะก็ ผมก็จะเป็นสุขมากๆ- เนื่องจากผมทราบว่าถ้าเรื่องแบบนั้นแล้วน่ะคู่แข่งของพวกเราจะพบงานยากเยอะแค่ไหน ผมต้องการอยู่กับคนของผมมากยิ่งกว่าการนำทีมลงเล่ยโดยที่ไม่มีคนของผม แม้กระนั้นถ้าพวกเขาไม่มามันก็ไม่เป็นอะไรหรอก” https://www.wolfpackoutfitters.com

“ผมไม่เคยกล่าวว่า -เพราะอะไรคุณถึงไม่มาที่สนามกัน ?- คุณ พาร์คเกอร์ น่าจะไปตรวจสอบคำบอกเล่าของผมให้ละเอียดก่อนนะ แต่ยังไงซะผมก็จะไม่ขออภัยเขาหรอก สมาพันธ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แล้วก็ส่วนที่สำคัญที่สุดของสมาพันธ์ก็คือแฟนบอล พวกเขาเป็นคนพยุงสโมสรเอาไว้ ผมรักชมรมนี้ ผมเป็นส่วนหนึ่งของชมรมนี้ ถ้าเกิดถึงเวลาที่มีคนไหนไม่ชอบใจกับผมแล้วล่ะก็ ผมก็ยินดีที่จะกล่าวลาทีม”

“เราเป็นอย่างที่พวกเราเป็น พวกเราพึงใจกับสิ่งที่พวกเราเป็น ผมทราบถึงประวัติศาสตร์ของสมาคมนี้ ผมได้ศึกษาประวัติศาสตร์ของที่นี่มาแล้ว ผมรู้ว่าการได้เดินทางตามเชียร์ทีมมันสื่อความหมายแค่ไหน ผมไม่อยากที่จะให้เราเป็นกลุ่มแบบเดียวกับ ยูไนเต็ด, หงส์แดง, บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค, มาดริด ผมไม่ต้องการให้พวกเราเป็นเสมือนกลุ่มใหญ่ๆเหล่านั้น พวกเราเป็นอย่างที่เรเาป็นก็ดีอยู่แล้ว ผมถูกใจเรื่องอย่างงั้น

ในเวลาเดียวกันผมก็ไม่ชอบเลยที่มีการแปลความคำบอกเล่าของผมแบบไม่ถูกๆและก็มีการเอาประโยคที่ผมมิได้พูดมาทำให้เป็นหัวข้อ ผมไม่เคยมีปัญหากับแฟนคลับเลย ถ้าเกิดผมมีปัญหาแล้วล่ะก็ผมก็ยินดีที่จะหลบแน่ๆ ผมเป็นเลิศในคนที่รักทีม ผมอุตสาหะทำอย่างดีที่สุดมาตั้งแต่วันแรกที่อยู่กับตรงนี้”